ReadyPlanet.com
dot dot
วิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาขึ้นในหม้อไอน้ำ
บทความวิชาการ
วิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาขึ้นในหม้อไอน้ำ
ณัฐสิทธิ ทองคำฟู
วิศวกร บริษัท (LTEC) จำกัด

         ในอุตสาหกรรมต่างๆ มักนิยมนำพลังงานความร้อนจากไอน้ำมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตเนื่องจากเป็นพลังงานที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย, สะดวก,มีความเสถียรสูง,อีกทั้งยังเป็นพลังงานที่มีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ ดังนั้นหากต้องการใช้พลังงานความร้อนจากไอน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในการลงทุนจึงจำเป็น ต้องมีการพัฒนาและฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้แก่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาหม้อไอน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในระบบการผลิตไอน้ำ เพื่อให้ดูแลรักษาระบบฯ ได้อย่างถูกต้อง,มีการทำงานที่ดี, คงทน, ผลิตไอน้ำได้อย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากในการเริ่มต้นติดตั้งระบบฯ มีการดูแลรักษาไม่ดีพอก็จะส่งผลทำให้เกิดความเสียหายต่างๆ ตามมาได้ โดยสาเหตุที่มักทำให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงขึ้นในระบบฯ คือ การระเบิดของเชื้อเพลิง ระดับน้ำในหม้อไอน้ำต่ำ, การบำบัดน้ำป้อนมีคุณภาพต่ำ การมีสารปนเปื้อนในน้ำป้อนหม้อไอน้ำ, วิธีการโบล์วดาวน์ (Blowdown) และวิธีการอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำที่ไม่ถูกต้อง, การกระแทกของน้ำในท่อจนทำให้เกิดความเสียหาย, การเดินหม้อไอน้ำเกินอัตราที่กำหนดเป็นเวลานาน, การเก็บรักษาหม้อไอน้ำไม่ถูกต้อง และการเกิดแรงฉุดจากสูญญากาศ ในบทความนี้จะได้อธิบายถึงสาเหตุของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งวิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาต่างๆ เหล่านั้นดังต่อไปนี้

การระเบิดของเชื้อเพลิง
         การระเบิดของเชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้เป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก ส่วนใหญ่แล้วการระเบิดของเชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้มักเกิดจาก “อัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงที่มากเกินไปในการเผาไหม้หรือการทำความสะอาดห้องเผาไหม้ไม่ถูกวิธี”หากเกิดมีอัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงที่มากเกินไปในการเผาไหม้จะทำให้เชื้อเพลิงบางส่วนที่เผาไหม้ไม่หมดเหลือตกค้างและสะสมกลายเป็นไอน้ำมันอยู่ในห้องเผาไหม้จนมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วปัญหาดังกล่าวมักเกิดที่อุปกรณ์ควบคุมการเผาไหม้ โดยมีสาเหตุมาจากเครื่องมือทำงานผิดพลาดและไม่เที่ยงตรง,ความดันในการจ่ายเชื้อเพลิงแปรปรวนและอุปกรณ์เกิดการเสียหาย
         ในการระเบิดของเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ มักมีสาเหตุสืบเนื่องมาจากการเกิดปัญหาในการเผาไหม้เนื่องจากหัวเผา(Burner) ทำงานผิดปกติ ตัวอย่างเช่น หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดการอุดตัน และทำให้รูปทรงของลำเชื้อเพลิงที่ฉีดออกไปไม่ดี ส่งผลให้เปลวไฟที่เกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ จนอาจทำให้เปลวไฟดับลงได้ เป็นสาเหตุให้ต้องจุดไฟที่หัวเผาใหม่ ซึ่งหากเปลวไฟเกิดการดับขึ้นบ่อยครั้ง ก็จะส่งผลให้จำเป็นต้องจุดหัวเผาหลายๆ ครั้งตามไปด้วยทำให้เกิดการสะสมของไอเชื้อเพลิงขึ้นในห้องเผาไหม้เป็นปริมาณมาก ในทำนองเดียวกัน หากฉีดเชื้อเพลิงออกมาเป็นละอองที่ใหญ่จนเกินไป จะทำให้ละอองเชื้อเพลิงเผาไหม้ไม่หมด และเกิดเป็นไอเชื้อเพลิงสะสมในห้องเผาไหม้ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อสามารถจุดไฟติดได้อีกครั้ง ก็จะเป็นการจุดระเบิดอย่างฉับพลันของไอเชื้อเพลิงที่สะสมในห้องเผาไหม้ ความรุนแรงของการระเบิดก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น แสดงด้วยรูปที่ 1


รูปที่ 1 แสดงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของเชื้อเพลิง

         การระเบิดของเชื้อเพลิง เนื่องจากการจุดระเบิดอย่างฉับพลันของไอเชื้อเพลิงที่มาจากเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่หมด สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการปฏิบัติตามวิธีเบื้องต้นดังต่อไปนี้ คือ ควบคุมปริมาณเชื้อเพลิงหรืออากาศไม่ให้เกิดเป็นควันดำในห้องเผาไหม้หากหัวเผาทำงานผิดปกติ ให้ดำเนินการแก้ไขตามคู่มือการใช้งานของหัวเผานั้น และทำความสะอาดห้องเผาไหม้ด้วยอากาศอย่างทั่วถึง โดยเมื่อดำเนินการตามวิธีข้างต้น และสามารถแก้ไขปัญหาการจุดระเบิดได้แล้วจึงสามารถติดไฟที่หัวเผาได้

ระดับน้ำในหม้อไอน้ำต่ำ
         เหล็กกล้าเมื่อโดนความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 800oF (427oC) จะทำให้สูญเสียความแข็งแรงและความสมบูรณ์ลงไปแต่เหล็กกล้าที่ใช้ในการผลิตหม้อไอน้ำซึ่งต้องอยู่ในสภาวะความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง1,800oF (982oC) สามารถทนต่อความเสียหายที่จะเกิดจากความร้อนที่สูงได้นั้น เนื่องจากได้รับความเย็นจากน้ำที่อยู่ในหม้อไอน้ำ ด้วยเหตุนี้หากหม้อไอน้ำยังทำงานอย่างต่อเนื่องแต่ปริมาณน้ำในหม้อไอน้ำมีระดับลดลงจนต่ำเกินไป (ระดับน้ำในหม้อไอน้ำที่เหมาะสม จะขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของหม้อไอน้ำ ซึ่งจะมีมาตรฐานแตกต่างกันออกไป สามารถตรวจสอบได้จากคู่มือการใช้งานหม้อไอน้ำหรือตามที่ผู้ผลิตแนะนำ) จะทำให้ท่อเหล็กกล้าที่อยู่ในหม้อไอน้ำเกิดการละลาย จนมีลักษณะคล้ายกับเทียนที่กำลังละลาย ดังแสดงในรูปที่ 2


รูปที่ 2 แสดงท่อเหล็กที่หลอมละลาย เนื่องจากระดับในหม้อไอน้ำต่ำเกินไป

วิธีการวิจัย
         การวิจัยนี้ประกอบไปด้วยส่วนหลักสำคัญๆ อยู่สองส่วนด้วยกันคือ ระบบที่เป็นทางกล และ ระบบทางไฟฟ้าควบคุม แต่ในการนี้จักขอนำเสนอในส่วนที่เป็นระบบควบคุมที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ พร้อมทั้งการทดสอบขับเคลื่อน โดยมีขั้นตอนดังนี้

         วิธีการป้องกันที่จะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์ปริมาณน้ำในหม้อไอน้ำต่ำเกินไปนั้น สามารถทำได้โดยการติดตั้งชุดควบคุมระดับน้ำในหม้อไอน้ำ ส่วนใหญ่ชุดควบคุมระดับน้ำในหม้อไอน้ำมี 2 ชนิดคือ แบบใช้วิธีการตรวจสอบค่าความนำไฟฟ้า และแบบใช้วิธีใช้ทุ่นลอยวัดระดับน้ำ โดยจุดสำคัญของชุดควบคุมระดับน้ำทั้ง 2 ชนิด คือ มี push-button bypass ที่ใช้ในการปรับระดับน้ำในหม้อไอน้ำให้ตรงกันกับค่าที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ระบบ bypass ในการโบล์วดาวน์ตะกอนสิ่งสกปรกต่างๆ ที่สะสมอยู่ในหม้อไอน้ำโดยในการโบล์วดาวน์จะต้องมีการกดปุ่มป้องกันภัยในการหยุดการทำงานของหม้อไอน้ำเพื่อ เป็นการทดสอบระบบการเตือนภัยว่ายังสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำหรือไม่ถึงแม้ว่าหัวเผาของหม้อไอน้ำจะไม่ได้ทำงานผิดพลาดก็ตาม
การบำบัดน้ำป้อนมีคุณภาพต่ำ
         การบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำเป็นการกำจัดปริมาณไอออนของสิ่งเจือปนต่างๆที่มีอยู่ในน้ำป้อนหม้อไอน้ำ สิ่งเจือปนที่อยู่ในน้ำป้อนหม้อไอน้ำมักเกิดจากการก่อตัวของแคลเซียม (Ca) และแมกนีเซียม (Mg) หรือที่เราเรียกกันว่า “hardness” หากเกิด hardness ปริมาณมากๆ ในน้ำป้อนหม้อไอน้ำ จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การเกิดความร้อนเกินในหม้อไอน้ำ จนทำให้ท่อในหม้อไอน้ำเสียหาย โดยปกติแล้วน้ำที่อยู่ในท่อในหม้อไอน้ำจะช่วยในการถ่ายเทความร้อนไม่ให้เกิดความร้อนเกินจนเสียหาย แต่หากมีปริมาณ hardness มากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้เกิดตะกรันก่อตัวขึ้นในท่อโดยตะกรันจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไม่ให้เกิดการถ่ายเทความร้อนขึ้นหรือการถ่ายเทความร้อนลดลง โดยหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะทำให้ตะกรันก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถเกิดการถ่ายเทความร้อนระหว่างน้ำกับท่อในหม้อไอน้ำได้ จึงทำให้ท่อในหม้อไอน้ำเกิดการเสียหาย
         การป้องกันการเกิดตะกรันที่ท่อในหม้อไอน้ำนั้น จะต้องมีการควบคุมค่า hardness ของน้ำป้อนหม้อไอน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิสูงสุดและความดันสูงสุดในการใช้งานหม้อไอน้ำตามเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ในการบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำ ในการบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำเพื่อควบคุมปริมาณ hardness นั้น หากปริมาณ hardness มีมากจนเกินไปก็จะเกิดผลเสียต่อหม้อไอน้ำตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่หากมี ปริมาณ hardness น้อยมากๆ ก็จะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำ
         หม้อไอน้ำชนิดความดันต่ำสามารถใช้ ion exchange water softener ในการกำจัดปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียม โดยสามารถแสดงตัวอย่างในรูปที่ 3


รูปที่ 3 แสดง Sodium zeolite water softeners

         ส่วนในหม้อไอน้ำชนิดความดันและอุณหภูมิสูง ซึ่งใช้ผลิตไอน้ำในการปั่นกังหันไอน้ำ ในการบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำชนิดนี้ จะต้องคำนึงถึงการควบคุมปริมาณสารประกอบชนิดอื่นๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น silica เนื่องจากหากไม่กำจัด silica ออกไป จะให้ไอของ silica เกิดการจับตัวเป็นตะกรันเกาะติดกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เช่น บริเวณใบพัดของกังหันไอน้ำ
         โดยส่วนใหญ่แล้วระบบการบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำมักทำโดยการเติมสารเคมีลงไปในระบบ เพื่อไม่ให้เกิดการก่อตัวของตะกอนหรือตะกรันต่างๆ ในหม้อไอน้ำ ส่วนการกำจัดโคลนหรือสารประกอบที่มีขนาดใหญ่ๆ นั้น สามารถทำได้โดยการปล่อยออกทาง tube surfaces ดังนั้นจึงต้องมีการบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำให้มีคุณภาพเหมาะสมตามมาตรฐานการใช้งานหรือตามชนิดของหม้อไอน้ำ ซึ่งหากมีการบำบัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำไม่ได้ตามมาตรฐานแล้ว ก็จะส่งผลให้หม้อไอน้ำมีอายุการใช้งานน้อยลง

น้ำป้อนหม้อไอน้ำสกปรก
         น้ำป้อนหม้อไอน้ำที่ได้จากการผสมน้ำใหม่กับคอนเดนเสทที่กลับมาจากระบบการผลิตมีสารประกอบต่างๆ ปนเปื้อนอยู่มากมาย โดยปกติแล้วสารปนเปื้อนในน้ำป้อนหม้อไอน้ำจะประกอบไปด้วย ออกซิเจน, เศษโลหะต่างๆ, สารประกอบเคมี, น้ำมัน และ resin

         สารละลายออกซิเจนที่อยู่ในน้ำป้อนหม้อไอน้ำ มักเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับระบบท่อในหม้อไอน้ำ โดยส่วนใหญ่โรงไฟฟ้าที่ใช้หม้อไอน้ำ มักจะทำการติดตั้ง deaerating feedwater heater เพื่อใช้ในการกำจัดออกซิเจนออกไป และในหม้อไอน้ำที่ทำงานที่ความดันต่ำกว่า 1,000 psig (7,000 kPa) มักจะมีการเติม oxygen scavenger sodium sulfite ลงไปในถังบรรจุน้ำของ deaerator เพื่อช่วยในการกำจัดออกซิเจนอีกทางหนึ่งด้วย
         ออกซิเจนที่ปนอยู่ในน้ำป้อนหม้อไอน้ำมักก่อให้เกิดปัญหาการกัดกร่อนในท่อของหม้อไอน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญเนื่องจาก การกัดกร่อนที่เกิดจากออกซิเจนนี้เป็นการกัดกร่อนเฉพาะจุดที่เกิดเป็นบริเวณเล็กๆ โดยจะค่อยๆ กัดก็ร่อนท่อในหม้อไอน้ำ ทำให้เกิดการสูญเสียของโลหะเมื่อเวลาผ่านไป ก็จะทำให้ท่อในหม้อไอน้ำเกิดความเสียหาย เนื่องจากการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นจากออกซิเจน มักเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีความรุนแรง ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบปริมาณออกซิเจนในน้ำป้อนเป็นประจำและควรมีการติดตั้ง deaerating heater และ oxygen scavenger เพื่อใช้ในการกำจัดออกซิเจนในน้ำป้อนหม้อไอน้ำ
         การไม่ได้ตรวจสอบสารปนเปื้อนในคอนเดนเสทที่นำกลับมาใช้นั้น เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในน้ำป้อนหม้อไอน้ำ สารปนเปื้อนมักจะประกอบด้วยโลหะต่างๆ เช่น ทองแดง, เศษโลหะจากการสึกหรอในน้ำมันหล่อลื่น และสารเคมีจากกระบวนการผลิต สารปนเปื้อนที่เป็นโลหะมักจะเกิดจากการสึกหรอของโครงสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในกระบวนการผลิต และในระบบคอนเดนเสท ส่วนน้ำมันและสารเคมีต่างๆ จากกระบวนการผลิต โดยทั่วไปมักเข้าสู่ในระบบคอนเดนเสท เนื่องจากการเสียหายของอุปกรณ์หรือการกัดกร่อนจนทำให้เกิดการรั่วในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น heat exchangers, pump และบริเวณข้อต่อต่างๆ ในระบบท่อ
         ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดและร้ายแรงที่สุดคือ การเกิดมีสารปนเปื้อน เนื่องจากการเสียหายของชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบคอนเดนเสท โดยสามารถตรวจสอบได้จากปริมาณของสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ทางเคมีหรือสารประกอบอื่นๆที่เกิด--ขึ้นในหม้อไอน้ำ ด้วยเหตุนี้จึงต้องทำการควบคุมดูแลในการตรวจสอบคุณภาพของน้ำคอนเดนเสทอย่างละเอียดรอบคอบ และสม่ำเสมอ
         ปัญหาที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ การปนเปื้อนในน้ำป้อนหม้อไอน้ำที่เกิดจาก resin ของ ion exchange เนื่องจากการเสียหายของท่อภายในหรือตระแกรงที่ ion ex- change vessel วิธีการที่ประหยัดและคุ้มค่าในการลดปริมาณสิ่งเจือปนในน้ำป้อนหม้อไอน้ำ ทำได้โดยติดตั้ง resin trap ที่ทางออกของ ion exchange vessel ทุกๆ ชิ้น โดย resin trap นี้ นอกจากจะช่วยป้องการสารปนเปื้อนเข้าสู่น้ำป้อนหม้อไอน้ำแล้ว ยังช่วยป้องกันการสูญเสีย resin ซึ่งมีราคาแพงด้วย
         วิธีที่ดีที่สุดในการลดปริมาณหรือระยะเวลาในการเกิดสารปนเปื้อนในหม้อไอน้ำ หรือการเกิดความเสียหายอื่นๆคือ การจัดระบบการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ การตรวจสอบความเข้มข้นของน้ำในหม้อไอน้ำและการตรวจสอบคุณภาพของน้ำป้อนหม้อไอน้ำ โดยการตรวจสอบหรือการทดสอบนั้นจะต้องทดสอบอย่างละเอียดรอบคอบ และต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมออยู่ตลอดเวลาไม่ควรใช้ข้อมูลจากการตรวจสอบที่เก็บไว้เพื่อใช้ในการประมาณค่าสารปนเปื้อนในหม้อไอน้ำโดยละเว้นการตรวจสอบที่อย่างสม่ำเสมอ ควรจะต้องใช้ค่าจากการตรวจสอบจริงทุกครั้ง เนื่องจากปริมาณสารปนเปื้อนในน้ำป้อนหม้อไอน้ำอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ตลอดเวลา

วิธีการโบล์วดาวน์ที่ไม่ถูกต้อง
         การลดความเข้มข้นของสารแขวนลอยในหม้อไอน้ำ สามารถลดลงได้โดยวิธีการโบล์วดาวน์แบบ continuous blowdown ซึ่งจะค่อยๆ ลดปริมาณสารแขวนลอยอย่างต่อเนื่อง หรือการโบล์วดาวน์แบบ bottom blowdown ซึ่งจะสามารถลดปริมาณสารแขวนลอยในน้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถตรวจสอบความเข้มข้นสูงสุดของสารแขวนลอย ที่เหมาะสมของน้ำในหม้อไอน้ำได้จากผลการวิจัยของ American Boiler Manufacturers Association (ABMA) ดังข้อมูลที่แสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 แสดงความเข้มข้นสูงสุดของสารแขวนลอยที่เหมาะสมของน้ำในหม้อไอน้ำจากผลการวิจัยของ American Boiler Manufacturers Association

Drum Operating Pressure, psig Total Dissolved Solid, ppm Total Alkalinity, ppm Silica, ppm, Sio2 Total Suspended Solid, ppm
0 - 300
3,500
700
150
15
301 - 450
3,000
600
90
10
451 - 600
2,500
500
150
15
601 - 750
1,000
200
150
15
751 - 900
750
150
150
15
901 - 1,000
625
125
150
15
                          หมายเหตุ : psig x 6.895 = kPa

         หากมีค่า conductivity สูง หรือมีสารปนเปื้อนมากก็จะสร้างปัญหาให้กับระบบหม้อไอน้ำ โดยจะทำให้ระดับความดันน้ำมีปัญหา และเกิดฟองขึ้นซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การทำให้ระบบวัดระดับน้ำในหม้อไอน้ำทำงานผิดพลาดมีการเตือนว่าน้ำอยู่ในระดับต่ำบ่อยครั้ง, เกิดความชื้นในไอน้ำมาก และไอน้ำมีความสกปรกสูง
         การออกแบบระบบการโบล์วดาวน์แบบ continuous blowdown ที่ดี จะต้องมีการควบคุมค่า conductivity ให้คงที่อยู่ตลอดเวลาและต้องมีการปรับปริมาณการโบล์วดาวน์ให้อยู่ในระบบการควบคุมที่แน่นอน ส่วนการโบล์วดาวน์แบบ intermittent bottom blowdown นั้นเป็นการกำจัดปริมาณโคลนหรือสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ที่อยู่ในหม้อไอน้ำ โดยการโบล์วดาวน์แบบ intermittent bottom blowdown นี้หากทำการโบล์วดาวน์ขณะที่ยังมีการเผาไหม้ จะทำให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากการไหลเวียนของน้ำตามธรรมชาติในหม้อไอน้ำจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้การถ่ายเทความร้อนจากห้องเผาไหม้สู่น้ำในหม้อไอน้ำไม่ดีพอ จึงทำให้เกิดความร้อนเกินด้วยเหตุนี้ในการโบล์วดาวนควรจะกระทำต่อเมื่อหม้อไอน้ำหยุดการทำงานและก่อนที่ความดันในหม้อไอน้ำจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าความดันบรรยากาศ

การอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำไม่ถูกต้อง
         การอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำที่ไม่ถูกต้องเป็นสิ่งหนึ่ง ที่มีผลกระทบอย่างมากต่อความทนทานและอายุการใช้งานของหม้อไอน้ำ ในการทำงานของหม้อไอน้ำหากมีการเดินเครื่องทำงานแล้วทำการปิดเครื่อง จะทำให้เกิดความเค้นในอุปกรณ์ต่างๆ อย่างมาก ดังนั้น หม้อไอน้ำที่มีการทำงานไม่ต่อเนื่องมักจะต้องเสียค่าบำรุงรักษามากกว่าหม้อไอน้ำที่ทำงานอย่างต่อเนื่องที่โหลดการทำงานเหมาะสม โดยการออกแบบที่ดีและการอุ่นเครื่องอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานและช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับหม้อไอน้ำได้
         โครงสร้างของหม้อไอน้ำโดยทั่วไป มักจะประกอบด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น drum metal ซึ่งมีความหนามาก, ท่อโลหะบาง, วัสดุทนไฟ, ฉนวน และเหล็กหล่อหนา วัสดุต่างๆ เหล่านี้ เมื่อได้รับความร้อนหรือความเย็นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากหม้อไอน้ำอยู่ในสภาวะอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมากในเวลาที่รวดเร็วก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับวัสดุต่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อ steam drum ทำงานที่ระดับความสูงของน้ำในหม้อไอน้ำปกติ ส่วนครึ่งล่างของ drum จะมีอุณหภูมิที่ต่ำเนื่องจากน้ำที่ป้อนส่งเข้ามา แต่ส่วนครึ่งบนของ drum ในตอนเริ่มต้นจะมีอุณหภูมิที่ต่ำเนื่องจากอากาศ และต่อมาเมื่อน้ำในหม้อไอน้ำเดือดก็จะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เนื่องจากไอน้ำ ในขณะเริ่ม ต้นการทำงานของหม้อไอน้ำ น้ำในหม้อไอน้ำจะมีอุณหภูมิที่ต่ำและหากทำให้มีน้ำมีอุณหภูมิร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ส่วนครึ่งล่างของ drum จะขยายตัวเร็วกว่าส่วนครึ่งบน เนื่องจากส่วนบนไม่ได้สัมผัสกับน้ำที่ร้อนขึ้น ดังนั้นจึงทำให้ส่วนล่างของ drum มีขนาดใหญ่กว่าส่วนบน ส่งผลให้เกิดการโค้งงอของ drum ซึ่งเหตุการณ์นี้เรียกว่า “drum humping” และจะนำไปสู่การเกิดความเสียหายของท่อในหม้อไอน้ำในตำแหน่งที่อยู่ระหว่างไอน้ำและ mud drums เนื่องจากเกิดความเค้นสูง
         ในส่วนวัสดุทนไฟก็มักเกิดความเสียหาย เนื่องจากการอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน โดยวัสดุทนไฟมีสามารถถ่ายเทความร้อนได้ช้า และสามารถทำให้ร้อนได้ช้ากว่าโลหะมาก ด้วยเหตุนี้เมื่ออากาศภายในเตาเผาไหม้เย็นวัสดุทนไฟจะดูดซับความชื้นจากอากาศ จึงต้องอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุทนไฟแตก และเพื่อไล่ความชื้นออกจากวัสดุทนไฟก่อนที่ความชื้นจะกลายเป็นไอน้ำ ซึ่งหากความชื้นในวัสดุทนไฟได้รับความร้อนอย่าง รวดเร็วและกลายเป็น ไอน้ำระเหยออกจากวัสดุทนไฟไปก็จะทำให้เกิดรอยร้าวหรือรอยแยกขึ้นในวัสดุทนไฟได้ ดังนั้น จึงต้องอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำอย่างถูกวิธี โดยมาตรฐานในการอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำได้แสดงไว้ในรูปที่ 4 สำหรับหม้อไอน้ำโดยทั่วไปแล้วในการอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำ ไม่ควรเพิ่มอุณหภูมิน้ำในหม้อไอน้ำสูงกว่า 100oF (55oC) ต่อชั่วโมง


รูปที่ 4 แสดงเวลา, อุณหภูมิ และความดันที่เหมาะสมในการอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำ

การกระแทกทำให้เกิดความเสียหายที่ท่อในหม้อไอน้ำ
         เมื่อตรวจสอบโครงสร้างของหม้อไอน้ำทุกๆ ส่วน จะพบว่าแต่ละส่วนมีโครงสร้างที่แตกต่างกันออกไป ท่อในหม้อไอน้ำที่อยู่ในส่วนของเตาเผาไหม้และในส่วนของการพาความร้อนก็เช่นเดียวกัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับท่อในหม้อไอน้ำเพียงท่อเดียวซึ่งมีราคาไม่กี่พันบาทก็สามารถที่จะทำให้หม้อไอน้ำที่มีราคาหลายล้านบาทหยุดการทำงานไปได้ง่ายๆ เช่นกัน
         ท่อในหม้อไอน้ำซึ่งมีความหนา 0.120 นิ้ว หรือ 0.095 นิ้ว (3 mm หรือ 2 mm) สามารถตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ง่าย ซึ่งความเสียหายโดยทั่วไปที่มักเกิดขึ้นกับท่อในหม้อไอน้ำคือ
                • ท่อในหม้อไอน้ำถูกกระทบด้วยของวัตถุมีคม ขณะทำการปรับปรุงหรือบำรุงรักษาระบบท่อในหม้อไอน้ำ
                • การติดตั้งเครื่องดูดเขม่าไม่ถูกต้อง (เครื่องดูดเขม่าจะใช้ไอน้ำช่วยในการกำจัดเขม่า, ควัน, ขี้เถ้าจากสารเคมี และเศษวัสดุเล็กๆ จากส่วนต่างๆ ของหม้อไอน้ำ)
                • ไอน้ำที่ใช้ในการขับเคลื่อนเครื่องดูดเขม่ามี ความชื้นสูงจนทำให้เกิดการกัดกร่อนขึ้น
         ในการออกแบบหม้อไอน้ำแบบใหม่ สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเพิ่มความหนาของท่อในหม้อไอน้ำ เพื่อป้องกันการโก่งงอของท่อ และการที่ท่อได้รับความเสียหายจนมีความหนาลดลง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในการลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับท่อในหม้อไอน้ำ

การเดินเครื่องหม้อไอน้ำเกินกำลัง
         ในระบบการผลิตต่างๆ การเดินเครื่องหม้อไอน้ำให้ได้กำลังการผลิตสูงสุดและการเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาเป็นกุญแจสำคัญอันหนึ่งที่จะนำไปสู่ผลกำไรสูงสุด ดังนั้นจึงต้องทราบข้อมูลว่าชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ สามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มกำลังสูงสุดได้เท่าใดและนานเท่าไร
         การเดินเครื่องหม้อไอน้ำเกินกว่า “อัตราการทำงานต่อเนื่องสูงสุด” (Maximum Continuous Rated capacity; MCR) สามารถทำได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หลายปีที่ผ่านมาผู้ผลิตหม้อไอน้ำได้มีการกำหนดให้อุปกรณ์หม้อไอน้ำมีค่าเฉพาะของ MCR เท่ากับ 2-4 ชั่วโมง ของกำลังสูงสุดที่ผลิตไอน้ำได้เท่านั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าเท่ากับ 110% ของ MCR ดังนั้น จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่าถ้าหม้อ ไอน้ำทำงานที่ 110% ของ MCR เป็นเวลา 4 ชั่วโมง เหตุใดจึงไม่สามารถให้หม้อไอน้ำที่ 110% ของ MCR ตลอดเวลา ซึ่งในการตอบคำถามดังกล่าวนี้ มีความเกี่ยวเนื่องกับส่วนประกอบหลายๆ อย่างด้วยกันซึ่งมีความซับซ้อนมาก
         การเดินเครื่องหม้อไอน้ำสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากคือการทำงานได้อย่างปลอดภัย โดยหากต้องการเพิ่มสมรรถนะการทำงานของหม้อไอน้ำให้มีความขีดสามารถสูงสุดของกำลังการผลิตไอน้ำได้นั้น อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบต่างๆ ในระบบหม้อไอน้ำก็จะต้องมีสมรรถนะการทำงานอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ดีด้วย ซึ่งการเพิ่มสมรรถนะการทำงานของหม้อไอน้ำนี้จะต้องคำนึง ถึงการเพิ่มสมรรถนะของอุปกรณ์ต่างๆที่ประกอบอยู่ในระบบหม้อไอน้ำต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย คือ การเพิ่มปริมาตรของพัดลมและ static capability, การเพิ่มขนาดของ pump, การเพิ่ม TDH และการเพิ่มขนาดของอุปกรณ์ควบคุมระบบการทำงานของระบบส่งกำลังและอุปกรณ์อื่นๆ ในการออกแบบระบบการผลิตไอน้ำผู้ออกแบบจะต้องแน่ใจว่าไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ที่ประกอบอยู่กับหม้อไอน้ำทำงานเกินขีดกำลังสูงสุด ดังนั้น หากต้องการเดินเครื่องหม้อไอน้ำเกินมาตรฐานกำลังสูงสุดนั้นในการออกแบบจะต้องแน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกๆ ส่วนสามารถทนทานต่อการทำงานของหม้อไอน้ำที่เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้คือที่ 110% ของ MCR ได้ ซึ่งหากไม่คำนึงถึงขีดจำกัดในการทำงานของอุปกรณ์ที่ประกอบร่วมกับหม้อไอน้ำแล้ว และต้องการผลิตไอน้ำที่กำลังการผลิตสูงสุดโดยทำงานอย่างต่อเนื่องไม่หยุด และในบางช่วงเวลาก็อาจจะต้องทำงานเกินมาตรฐานการทำงานสูงสุดของหม้อไอน้ำด้วย ก็จะทำให้เกิดการเสียหายขึ้นในอุปกรณ์ต่างๆ ได้
         ข้อจำกัดทางกายภาพของหม้อไอน้ำต่างๆ เช่น ขนาดเตาเผา หรือขนาดท่อในหม้อไอน้ำ เป็นสาเหตุหนึ่งที่มักทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างรวดเร็ว หากหม้อไอน้ำมีการทำงานเกินมาตรฐานการทำงานสูงสุด เช่น การเกิดการแผ่รังสีที่สูง หรือการเกิดความดันตก ซึ่งส่งผลต่อขีดจำกัดสูงสุดในการผลิตไอน้ำของหม้อไอน้ำด้วย ส่วนข้อจำกัดทางกายภายอื่นๆ ยังไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดได้ แต่จากข้อจำกัดที่กล่าวข้างต้นนี้ จะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ร่วมกับปัญหาที่หม้อไอน้ำทำงานเกินขีดจำกัดสูงสุดในการผลิตไอน้ำ อัน จะเกิดขึ้นได้ดังต่อไปนี้คือ
                • ในระยะเวลาสั้นหรือระยะเวลานาน จะทำให้เกิดความเสียหายต่อวัสดุทนไฟ, ท่อโลหะ, ส่วนปลายปล่องควัน และอุปกรณ์อื่นๆ เนื่องจากเกิดความร้อนที่สูงในระบบหม้อไอน้ำ
                • ในระยะเวลานานจะเกิดการกัดเซาะที่ท่อใน หม้อไอน้ำ ส่วนดักก๊าซเสีย ส่วนปลายปล่องควันและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดของเสียในระบบผลิตไอน้ำ
                • ในระยะเวลานานจะเกิดการกัดกร่อนที่ผนังเตา เผาและท่อใน superheater
                • การเกิดความชื้นในไอน้ำสูง และมีสิ่งสกปรกปน ในไอน้ำมาก เป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสียหายเนื่องจากการกัดเซาะของท่อใน superheater, ใบพัดกังหันไอน้ำ และปัญหาอื่นๆ ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ความร้อนจากไอน้ำ ในกระบวนการผลิต
         ผู้ออกแบบหม้อไอน้ำจะต้องพิจารณาในการออกแบบการส่งถ่ายความร้อนของผนังท่อไฟในและแผ่นรับ ความร้อนในหม้อไอน้ำอย่างระมัดระวังโดยจะต้องออกแบบให้มีคุณภาพดีใหเท่ากับอุณหภูมิการทำงานที่พื้นผิวผนังท่อในหม้อไอน้ำ,วัสดุทนไฟและชิ้นส่วนอื่นๆในหม้อไอน้ำในการเดินเครื่องหม้อไอน้ำเกินมาตรฐานการผลิตไอน้ำสูงสุดจะทำให้เกิดการส่งถ่ายความร้อนที่สูงและผิวของวัสดุกันความร้อนมีอุณหภูมิสูง ส่งผลให้อัตราการไหลโดยรวมของไอน้ำมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากปริมาณ downcomer flows และความดันตกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะต้องแน่ใจว่าสามารถควบคุมที่อุณหภูมิที่ผนังเตาเผาไหม้ไม่ให้มีอุณภูมิสูงเกินความสามารถในการทนความร้อนของวัสดุ เนื่องจากเมื่อเกิดอัตราการไหลที่สูงใน donwncomer circuits แล้วจะทำให้เกิดความดันตกอย่างมากและทำให้เกิดการหน่วงการไหลของไอน้ำเพิ่มขึ้นตาม ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ต้องเพิ่มความสามารถในการรับอุณหภูมิของท่อและแผ่นรับความร้อน ซึ่งหากหม้อไอน้ำทำงานที่อุณหภูมิสูงเกินไปจะส่งผลกระทบทั้งในระยะยาวและระยะสั้นต่อหม้อไอน้ำ โดยจะทำให้ความแข็งแรงและความทนทานของท่อในหม้อไอน้ำลดลง
         ปัญหาจากการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นเมื่อเดินเครื่องหม้อไอน้ำเกินมาตรฐานการผลิตไอน้ำสูงสุด เนื่องจากจะทำให้เกิดอุณหภูมิสูงเกินไปและทำให้สิ่งเจือปนในน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเชื้อเพลิงแข็งสามารถเกิดการกัดกร่อนในท่อในหม้อไอน้ำได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดเปลวไฟที่แรงและพุ่งจนเปลวไฟกระทบกับผนังห้องเผาไหม้ทำให้เกิดการกัดกร่อนขึ้นได้
         โดยทั่วไปการออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ ในหม้อไอน้ำจะออกแบบให้สามารถทำงานที่อุณหภูมิเกินค่า MCR เพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทางกายภาพกับอุปกรณ์ ในทางตรงกันข้ามหากทำการผลิตไอน้ำอย่างต่อเนื่องที่อุณหภูมิสูงกว่า MCR จะทำให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่มากขึ้น ซึ่งไม่สามารถหาสาเหตุในการป้องกันได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้น หากจำเป็นที่จะต้องผลิตไอน้ำเกินมาตรฐานสูงสุดที่กำหนดไว้จะต้องทำการเปรียบเทียบกันระหว่างรายรับที่ได้เพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นกับค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาที่ต้องเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยว่ามีความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด

การเก็บรักษาหม้อไอน้ำที่ไม่เหมาะสม
         การเก็บรักษาหม้อไอน้ำที่ไม่เหมาะสมสามารถทำให้เกิดการกัดกร่อนในหม้อไอน้ำขึ้นได้ โดยการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นในหม้อไอน้ำนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากซัลเฟอร์ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงสะสมอยู่ในระบบหม้อไอน้ำ หากทำการเก็บรักษาหม้อไอน้ำไว้ที่อุณหภูมิต่ำ จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่สามารถกำจัดขี้เถ้าที่เกิดจากการเผาไหม้ได้หมด เช่น บริเวณพื้นผิวท่อในหม้อไอน้ำที่ก๊าซไอเสียไหลผ่าน, ตลอดทั้งบริเวณเครื่องดูดเขม่า, ในทางเข้าท่อในหม้อไอน้ำที่ต่อระหว่างแผงกั้นท่อในหม้อไอน้ำ และจุดต่อระหว่างวัสดุกันความร้อนและท่อ โดยปกติแล้วในขณะที่หม้อไอน้ำมีอุณหภูมิสูงจะไม่เกิดการกัดกร่อนจากซัลเฟอร์ที่อยู่ในเชื้อเพลิง แต่เมื่อหม้อไอน้ำเย็นตัวลงจะเกิดความชื้นหรือการกลั่นตัวของไอน้ำขึ้นในหม้อไอน้ำ โดยน้ำที่เกิดขึ้นจะทำปฎิกิริยากับซัลเฟอร์กลายเป็นกรดที่ทำให้เกิดการกัดกร่อนขึ้นในหม้อไอน้ำ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อปิดเครื่องหม้อไอน้ำแล้ว เขม่าควันและสิ่งที่ไม่เผาไหม้ต่างๆ ซึ่งมีซัลเฟอร์อยู่จะดูดซับความชื้น และรวมตัวกันจนเกิดการกัดกร่อนในเวลาต่อมา
         “การเก็บรักษาหม้อไอน้ำไว้ที่อุณหภูมิสูง” เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการเกิดการกัดกร่อนในหม้อไอน้ำได้ โดยเทคนิคการเก็บรักษาที่อุณหภูมิสูงนี้มักใช้ความร้อนจาก mud drum heater หรือความร้อนจากน้ำโบล์วดาวน์จากหม้อไอน้ำที่กำลังทำงานอีกเครื่องหนึ่ง เพื่อรักษาอุณหภูมิของหม้อไอน้ำที่ปิดเครื่องให้มีอุณหภูมิสูงกว่าจุดกลั่นตัวของกรด ส่วนวิธีอื่นที่ใช้ในการเก็บรักษาหม้อไอน้ำขนาดเล็กคือ “การเก็บรักษาหม้อไอน้ำไว้ในที่แห้ง” วิธีการนี้จะต้องบรรจุหม้อไอน้ำด้วยสารดูดความชื้นภายในและหุ้มด้วยไนโตรเจน ซึ่งวิธีการนี้ต้องทำการเชื่อมต่อหม้อไอน้ำกับแหล่งผลิตไนโตรเจนเพื่อใช้ไนโตรเจนในการป้องกันความชื้นเข้าสู่หม้อไอน้ำ

การเกิดการกระชากเนื่องจากสูญญากาศ
         หม้อไอน้ำออกแบบเพื่อให้ทำงานที่ความดันสูงแต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานที่มีสูญญากาศเกิดขึ้นได้ สูญญากาสจะสะสมเพิ่มขึ้นเมื่อปิดเครื่องหม้อไอน้ำ โดยเมื่อหม้อไอน้ำเย็นตัวลงไอน้ำจะกลั่นตัวการเป็นหยดน้ำทำให้ปริมาตรลดและความดันตกลง ทำให้เกิดสูญญากาศขึ้น สูญญากาศในหม้อไอน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการรั่วที่บริเวณจุดข้อต่อต่างๆ ที่รองรับน้ำหนักของท่อไอน้ำที่ออกแบบมาเพื่อสำหรับอัดแน่นกับท่อเพื่อต้านทานความดันสูง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยการเปิดช่อง steam drum ในขณะที่หม้อไอน้ำเริ่มเดินเครื่องและยังมีความดันไม่มากในหม้อไอน้ำ

วิธีการป้องกันการเกิดปัญหาในหม้อไอน้ำ
         วิธีการป้องกันการเกิดปัญหาในหม้อไอน้ำมีดังต่อไปนี้คือ
                • สังเกตลักษณะของเปลวไฟที่เกิดจากการเผาไหม้อยู่เสมอว่าลักษณะผิดปกติหรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาใดเกิดขึ้นในการเผาไหม้ ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที
                • สืบหาสาเหตุต่างๆ ของสิ่งปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อจุดไฟที่หัวเผาไม่ติดหลายๆ ครั้ง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะทำการจุดไฟในหม้อไอน้ำในครั้งต่อไป
                • สิ่งที่สำคัญที่จะต้องปฎิบัติเมื่อจุดไฟที่หัวเผา ไม่ติดหลายๆ ครั้ง คือ ก่อนเริ่มจุดไฟในที่หัวเผาใหม่ จะต้องทำการถ่ายไอเชื้อเพลิงออกจากเตาเผาไหม้ให้หมดก่อนและหากมีปริมาณเชื้อเพลิงล้นเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในการถ่ายไอน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องทำการถ่ายไอเชื้อเพลิงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแน่ใจว่าความเข้มข้นของไอน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่าจุดระเบิด ซึ่งหากเกิดความสงสัยขึ้นเมื่อใดให้ถ่ายไอน้ำมันเชื้อเพลิงออกจนกว่าจะแน่ใจจึงจะทำการจุดไฟที่หัวเผาเพื่อเริ่มเดินเครื่องหม้อไอน้ำอีกครั้ง
                • ตรวจสอบระบบการบำบัดน้ำอย่างสม่ำเสมอว่าสามารถทำงานได้ดีและมีคุณภาพหรือไม่ เพื่อให้ได้น้ำป้อนหม้อไอน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมกับอุณหภูมิและความดัน ใช้งานของไอน้ำ ตรวจสอบคุณภาพน้ำในหม้อไอน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลาแม้ว่าค่า hardness ของน้ำจะมีค่าเป็น 0 อยู่ตลอดเวลาเมื่อเทียบกับมาตรฐานสัมบูรณ์ คุณภาพของน้ำในส่วนอื่นๆ ในระบบหม้อไอน้ำก็จะต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสมของ ABMA ในแต่ละช่วงอุณหภูมิและความดัน โดยจะต้องไม่ใช้น้ำที่ไม่ได้บำบัดในหม้อไอน้ำ เนื่องจากจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูง
                • ควรโบล์วดาวน์เพื่อกำจัดเศษตะกอนต่างๆ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่ตกตะกอนอยู่ในหม้อไอน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนหนักต่างๆ อันจะนำไปสู่การเกิดความเสียหายในอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบหม้อไอน้ำได้
                • ควรโบล์วดาวน์เพื่อกำจัดเศษตะกอนต่างๆ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่ตกตะกอนอยู่ในหม้อไอน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนหนักต่างๆ อันจะนำไปสู่การเกิดความเสียหายในอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบหม้อไอน้ำได้
                • ตรวจสอบคุณภาพและสิ่งปนเปื้อนในน้ำคอนเดนเสทที่นำกลับมาใช้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายในหม้อไอน้ำ และเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของความเสียหายที่เกิดขึ้นในระบบหม้อไอน้ำ
                • ปรับอัตราการโบล์วดาวน์แบบต่อเนื่อง (continuous blowdown) ให้รักษาระดับค่า conductivity ของน้ำในหม้อไอน้ำให้เหมาะสมกับการทำงาน และทำการโบล์วดาวน์โคลนหรือตะกอนต่างๆ (mud drum blowdown) ภายใต้มาตรฐานที่ถูกต้อง (ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการบำบัดน้ำ) และจะต้องไม่ทำการโบล์วดาวน์ที่ furnance wall header ขณะที่หม้อไอน้ำกำลังทำงาน
                • ตรวจสอบท่อในหม้อไอน้ำตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเกิดมีสิ่งเจือปนหรือของแข็งเกิดขึ้นกับท่อในหม้อไอน้ำ ต้องทำการปรับปรุงการบำบัดน้ำ
                • ตรวจสอบหม้อไอน้ำตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อตรวจสอบการกัดกร่อนภายใน deaerator ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยในระบบหม้อไอน้ำ เนื่องจาก deaerator สามารถเกิดรอยแยกจากการกัดกร่อนได้ โดยจะทำให้น้ำทั้งหมดที่อยู่ใน deaerator ไหลออกมาแล้วกลายเป็นไอน้ำในทันที ซึ่งไอน้ำจะกั้นอยู่ในระบบหม้อไอน้ำจนทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้
                • การอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำควรปฎิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานการอุ่นเครื่องดังแสดงในรูปที่ 4 ซึ่งเป็นมาตรฐานโดยทั่วไปของหม้อไอน้ำ โดยจะต้องไม่เพิ่มอุณหภูมิของน้ำเกินกว่า 100oF (55oF) ต่อชั่วโมง ถึงแม้ในการเริ่มเดินเครื่องหม้อไอน้ำจะใช้ไฟน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็อาจทำให้เกิดอัตราการอุ่นไอน้ำสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานได้ ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่เริ่มเดินเครื่องหัวเผาอาจจะต้องจุดไฟและดับไฟที่หัวเผาสลับกันไป เพื่อรักษาไม่ให้การอุ่นเครื่องหม้อไอน้ำมีอุณหภูมิเกินอัตราที่กำหนดตามเกณฑ์มาตรฐาน
                • ผู้ที่หน้าที่ในการดูแลหม้อไอน้ำต้องตระหนักอยู่เสมอว่าท่อในหม้อไอน้ำมีความบางและแตกได้ง่าย ผู้ที่ดูแลจะต้องทำการสำรวจท่อในหม้อไอน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะสามารถตรวจสอบพบจุดที่อาจจะเกิดการเสียหายได้อย่าง รวดเร็วและก่อนที่จะทำให้เกิดการเสียหายมากจนเกินไป
                • ถ้าในบางครั้งหากจำเป็นที่จะต้องเดินเครื่องหม้อ ไอน้ำเพื่อผลิตไอน้ำเกินมาตรฐานสูงสุด เพื่อให้การผลิตเป็นไปได้ตามความต้องการ ควรประเมินหาระยะเวลาที่จะสามารถเดินเครื่องหม้อไอน้ำเพื่อผลิตไอน้ำเกินมาตรฐานสูงสุดได้อย่างเหมาะสม
                • เมื่อจะหยุดเดินเครื่องหม้อไอน้ำให้ยืดระยะเวลา ในการหยุดเครื่องให้นานขึ้น โดยควรค่อยๆ ลดความร้อนของหม้อไอน้ำลง เพื่อรักษาความร้อนให้คงอยู่ในตัวหม้อไอน้ำ แล้วใช้ระบบการคลุมด้วยไนโตรเจนเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศและออกซิเจนเข้าสู่หม้อไอน้ำเมื่อหยุดเดินเครื่องหม้อไอน้ำและหม้อไอน้ำเย็นตัวลง โดยทำการฉีดโซเดียมซัลไฟด์เข้าสู่หม้อไอน้ำให้ทำปฎิกิริยากับออกซิเจน เพื่อการเก็บรักษาหม้อไอน้ำที่หยุดเดินให้แห้งแล้วเคลือบคลุมหม้อไอน้ำด้วยไนโตรเจนเพื่อดูดซับความชื้น
                • ต้องตรวจสอบให้แน่ใจอยู่เสมอว่า steam drum vent value เปิดเมื่อความดันหม้อไอน้ำต่ำกว่า 5 psig (136 kPa)

แปลและเรียบเรียงจาก
         - William L.Reeves, P.E. “ Aroiding Boiler Problems”. ASHRAE JOURNAL P.36-42



News

สปส.ลดเก็บเงินสบทบ "ลูกจ้าง-นายจ้าง" เหลือ 3% เริ่ม 1 ก.ค.นี้ article
สกัด ปชช.แตกตื่นไข้หวัดหมู "มาร์ค" สั่งคุมเข้ม-งัดแผนด่วนรับมือ article
ยันหมูไทยไร้ไข้หวัด แนะรัฐงดนำเข้าเครื่องในหมูนอกทันที
ปตท.รับฟันค่าการตลาด 2 บ.โวยการลดราคา อย่าดูแบบวันต่อวัน
“กรณ์” เร่งโรดโชว์ ตปท.กล่อมนักลงทุน เน้นแจงข้อเท็จจริง ศก.-การเมือง
ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรมเรื่อง หลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน พ.ศ. ๒๕๕๑
การประหยัดพลังงานโดยการปรับปรุงคุณภาพน้ำเติมถังน้ำป้อนของหม้อไอน้ำ
มารู้จักกับน้ำกันเถอะ article
เกร็ดลดโลกร้อน article
ภาวะโลกร้อน (Global Warming) article
รอบรู้สิ่งแวดล้อม พลังงานและสิ่งแวดล้อม article
LPG กับความปลอดภัยในการทำงาน
เล่าเรื่องเกี่ยวกับ : การทำงานของหม้อไอน้ำ
ทางเลือกสำหรับ Cooling Tower ในการบำบัดน้ำ
เชื้อแบคทีเรียลีจิโอเนลลาคืออะไร
มารู้จักกับ...สตีมแทรป( A Steam Trap Primer)
ทางเลือกสำหรับ Cooling Tower ในการบำบัดน้ำ
กรณีศึกษาอุบัติเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ที่มีการใช้หม้อต้มน้ำมันร้อน
การบํารุงรักษาหม้อไอนํ้ า
มาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับ หม้อไอน้ำและหม้อต้มฯ ปี 2549 article
การปรับแต่งคุณภาพน้ำ article
หม้อไอน้ำ article
กฎความปลอดภัยเกี่ยวกับหม้อน้ำ article
น้ำและไอน้ำ article
การผุกร่อนของเครื่องจักรที่เกิดจาก....น้ำ article
การนำ Condensate กลับมาใช้งาน article
การป้องกันและควบคุมหม้อไอน้ำ article
ความร่วมมือด้านพลังงานกับตะวันออกกลาง article
นิยามของทรัพยากรน้ำ article
ผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำ article
ความร่วมมือด้านพลังงานไทย-จีน article
ประหยัดพลังงานภาคอุตสาหกรรม article
วิธีง่ายๆในการประหยัดไฟ article
ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม article
การกำจัดของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม article
ทำไมต้องใช้เคมี? article



dot
Oracle Chemical Ltd.,Part.
dot
bulletHome
bulletAbout us
bulletProducts
bulletServices
bulletNews
bulletท่านมีปัญหา เรามีคำตอบ
bulletContact us
dot
ค่ามาตรฐานต่างๆ
dot
bulletมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาของการประปานครหลวง
bulletมาตรฐานคุณภาพน้ำใต้ดิน
bulletมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม
bulletมาตรฐานอากาศเสียที่ระบายออกจากโรงงานอุตสาหกรรม
dot
บทความและข่าวสาร
dot
bulletทำไมต้องใช้เคมี ?
bulletสถาบันที่มีการฝึกอบรมหลักสูตร "ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ"
bulletการป้องกันและควบคุมหม้อไอน้ำ
bulletการนำ Condensate กลับมาใช้งาน
bulletการผุกร่อนของเครื่องจักรที่เกิดจาก....น้ำ
bulletการป้องกันและควบคุมหม้อไอน้ำ
bulletกฎความปลอดภัยเกี่ยวกับหม้อน้ำ
bulletหม้อไอน้ำ
dot
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletกระทรวงอุตสาหกรรม
bulletกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม
bulletสำนักโรงงานอุตสาหกรรมรายสาขา1 - 5
bulletสำนักโรงงานอุตสาหกรรมรายสาขา 6
bulletสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง
bulletสำนักเทคโนโลยีความปลอดภัย
bulletสำนักเทคโนโลยีน้ำและการจัดการมลพิษโรงงาน
bulletสำนักควบคุมวัตถุอันตราย
bulletศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์
bulletสถาบันเทคโนโลยีน้ำอุตสาหกรรม
bullet กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย)
bulletกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
bulletกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
bulletกระทรวงพลังงาน
bulletสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม
bulletสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)
bulletวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
bulletสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
dot
Downloads
dot
bulletDownload Catalog
bulletเอกสารรับรองความปลอดภัยการใช้หม้อไอน้ำ
bulletเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
bulletเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้หม้อหม้ออบไอน้ำหรือภาชนะรับแรงดัน
bulletเอกสารขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมหม้อไอน้ำ
bulletเอกสารต่อทะเบียนผู้ควบคุมหม้อไอน้ำ
dot
Links
dot
bulletreadyplant.com
bulletGoogle.co.th
bulletSanook.com
bulletKapook.com
bulletNECTEC




Copyright © 2010 All Rights Reserved.